ไลอ้อนคิง

สาหร่าย อะมิโน และสารปรับปรุงดิน


  • สารสำคัญ :
    • ฮิวมิค แอซิด (Humic Acid)………………....70%
    • ฟูอิก Fulvic acid..................................15%
  • ลักษณะสาร :

    ผลึกสีดำ ละลายน้ำได้100%

รายละเอียดเพิ่มเติม

???? คุณสมบัติรวมแบบเชิงลึก
???? 1. ปรับปรุงดินแบบองค์รวม (Soil Enhancement)
• เพิ่มการจับยึดอนุภาคดิน → ดินร่วนซุย โปร่ง ระบายน้ำดี
• เพิ่มการอุ้มน้ำและธาตุอาหาร → ดินเก็บปุ๋ยได้นาน ลดการชะล้าง
• ช่วยลดการจับตัวแน่นของดินเหนียว และเพิ่มความสามารถของรากในการแทรกตัว
• เพิ่ม CEC (Cation Exchange Capacity) → ดินมีความสามารถจับแลกเปลี่ยนประจุดีได้ดีขึ้น
⚙️ 2. ตัวนำส่งธาตุอาหารระดับโมเลกุล (Chelating & Carrier System)
• Fulvic acid ขนาดนาโนสามารถ จับธาตุอาหาร (Chelate) เช่น Zn, Fe, Mn, Cu ให้พืชดูดซึมง่าย
• โมเลกุลเล็กสามารถ แทรกผ่านผิวรากและผิวใบได้โดยตรง
• ช่วยละลายธาตุอาหารที่ตกค้างในดิน เช่น ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K)
???? 3. กระตุ้นระบบรากและการเจริญเติบโต (Root Biostimulant)
• กระตุ้นการแตกแขนงของรากฝอย → เพิ่มพื้นที่ดูดน้ำและธาตุอาหาร
• เพิ่มการสร้างไซโตไคนินและฮอร์โมนพืชตามธรรมชาติ
• เร่งการงอกและการตั้งตัวของ
ต้นกล้า
• กระตุ้นเซลล์ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของเซลล์พืช
☀️ 4. เพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงและเมตาบอลิซึม
• เสริมการทำงานของคลอโรฟิลล์ → ใบเขียวเข้ม ทนต่อแสง
• เร่งการหมุนเวียนสารอินทรีย์และกรดอะมิโนในพืช
• กระตุ้นกระบวนการสร้างน้ำตาลและสารสำคัญ เช่น ฟลาโวนอยด์
????️ 5. เพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อม (Abiotic Stress Resistance)
• ช่วยพืชทนแล้ง ทนเค็ม ทนเย็น/ร้อนจัด
• ลดการเกิดปฏิกิริยาอนุมูลอิสระ (ROS) ในเซลล์พืช
• ส่งเสริมการฟื้นตัวหลังพืชเจอสภาวะเครียด เช่น หลังฝนตกหนักหรือความแห้งแล้ง
???? 6. สนับสนุนระบบนิเวศจุลินทรีย์ในดิน (Microbial Synergy)
• เป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ดิน → ส่งเสริมแบคทีเรียที่ตรึงไนโตรเจน และย่อยสลายอินทรียวัตถุ
• เสริมกิจกรรมของไมคอร์ไรซา (Mycorrhizae) และจุลินทรีย์ป้องกันโรคราก
???? 7. เพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ยและสารเคมี (Efficiency Booster)
• ลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ 20–30% โดยไม่ลดผลผลิต
• ช่วยให้ปุ๋ยดูดซึมได้เร็วขึ้นทั้งทางใบและราก
• ลดการสูญเสียธาตุอาหารจากการชะล้างในดิน
การใช้ ???? LEO HUMIC Plus (ลีโอ ฮิวมิค พลัส)
???? 1. การจับโลหะหนัก (Heavy Metal Chelation)
• Humic และ Fulvic acid มีหมู่ฟังก์ชันจำนวนมาก เช่น
• Carboxyl (–COOH)
• Phenolic (–OH)
• Carbonyl (=O)
→ หมู่เหล่านี้สามารถ จับกับไอออนแคดเมียม (Cd²⁺) ได้เป็น คีเลต (Chelate) หรือ สารประกอบที่ไม่ละลายน้ำ
→ ส่งผลให้ Cd ไม่อยู่ในรูปที่พืชดูดซึมได้
Cd²⁺ + Fulvic/Humic → Cd-Humate
???? 2. ลดการเคลื่อนที่ของแคดเมียมในดิน (Immobilization)
• Humic substances สามารถ ตรึงแคดเมียมในดินให้อยู่ในรูปไม่เคลื่อนที่
→ Cd จะไม่ไหลตามน้ำ → ไม่ขึ้นสู่รากพืช
• ดินที่มีฮิวมัสสูงจะลดความเป็นพิษของโลหะหนักโดยรวม
???? 3. ลดการเคลื่อนที่ของ Cd ภายในพืช
• มีงานวิจัยพบว่า Fulvic acid สามารถ ลดการลำเลียง Cd จากรากสู่ใบและผล ได้
→ ทำให้ Cd ไม่ไปสะสมในส่วนที่เก็บเกี่ยว เช่น เมล็ด ใบ หรือผลผลิต
???? หลักฐานทางวิชาการ (อ้างอิงย่อ)
1. Journal of Environmental Science (2020): พบว่า Fulvic acid ลดการดูดซึม Cd ในข้าวลงได้มากกว่า 40%
2. Agriculture, Ecosystems & Environment: พบว่า การใส่ Humic acid ในดินที่ปนเปื้อน Cd ช่วยลดระดับ Cd ในผักใบเขียวได้อย่างมีนัยสำคัญ
3. Soil Biology and Biochemistry: ระบุว่า Humic acid ช่วย “Immobilize” Cd และลดความเป็นพิษต่อจุลินทรีย์และรากพืช
 

คุณสมบัติ

นวัตกรรมชีวภาพอินทรีย์ปรับปรุงดินและเพิ่มประสิทธิภาพธาตุอาหารสำหรับพืชอย่างล้ำลึก

อัตราใช้

วิธีใช้ ปริมาณ ความถี่
ผสมน้ำราดโคน 100–200 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก 7–15 วัน
ฉีดพ่นทางใบ 25–40ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก 7–10 วัน
คลุกกับปุ๋ยเม็ด 1–2% ของน้ำหนักปุ๋ย ก่อนหว่าน
  • เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

    เราขออนุญาตใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของท่านในการได้รับการเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ทั้งนี้ ท่านมั่นใจได้ว่า เราจะดูแล และรักษาความปลอดภัยข้อมูลของท่านเป็นอย่างดี ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ โดยคลิก การตั้งค่าคุกกี้ นโยบายคุกกี้